บทที่ 5 CHAPTER 1 เจ้ากรรมนายเวรรูปแบบใหม่ 5
เสียงสูดดมความหอมจากแก้มนุ่มจากการกระทำของคนตัวใหญ่ ซึ่งเมื่อครู่ เขาโน้มตัวลงมากดจมูกโด่งได้รูปกับแก้มของฉันอย่างรวดเร็วในขณะที่รถติดไฟแดง
“เลิกบ้าได้แล้ว”
“ไอ้ๆ”
ฉันเอามือปิดตรงบริเวณแก้มที่ยังอุ่นๆ อยู่ ฉันกลายเป็นคนติดอ่างไปแล้ว เพราะสำหรับคาวินนั้นยากจะหาคำใดเปรียบเปรย ขโมยหอมแก้มฉัน ว่าฉันบ้าแล้วยังจะมาทำหน้าตายอีก และฉันก็ทำได้เพียงฮึดฮัด กอดอกแน่นจนถึงคาเฟ่ประจำ ฉันตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะโกรธเขา โกรธแบบไม่พูดกับเขาด้วยให้รู้เสียบ้างว่าเขาเป็นคนทำผิด
“เชิญครับ คุณผู้หญิง”
คาวินเปิดประตูให้ฉันที่ไม่ยอมลงจากรถแม้จะถึงที่หมายแล้ว ฉันมองเขาด้วยหางตาก่อนรองเท้าส้นสูงจะแตะลงบนพื้นแล้วขยับดึงกระโปรงเล็กน้อยให้เข้าที่
“บอกให้ใส่ตัวยาวกว่านี้ไง” เขาขมวดคิ้วกับกระโปรงที่สั้นเลยเข่ามาเกินหนึ่งคืบ
“นี่คือตัวที่ยาวที่สุดแล้วย่ะ” ฉันเถียง
“แค่ยืนก็เห็นไปถึงไหนต่อไหนถ้านั่งไม่ต้องพูดถึง” คาวินเริ่มหัวเสียกับฉันที่เถียงข้างๆ คูๆ
“มันเป็นเครื่องแบบของคณะฉันย่ะ”
ฉันทำหน้ายู่ก่อนจะเดินนำคนขี้หวงไปในร้าน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เอ๊ะ... ฉันตั้งใจว่าจะไม่คุยกับเขานี่ ช่างเถอะ เข้าไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มดีกว่า
คาเฟ่แห่งนี้เป็นบ้านไม้เก่าที่เจ้าของร้านรีโนเวทใหม่ให้เป็นร้านกาแฟสไตล์ไทยวินเทจ ด้วยความที่รอบๆ บริเวณร้านมีไม้ดอก และไม้ยืนต้นขนาดใหญ่อยู่มาก ฤดูนี้เป็นคิวของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ที่เบ่งบานต้อนรับคนที่มาใช้บริการในคาเฟ่เเห่งนี้ แถมลมพัดเย็นตลอดวันจึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้ไม่ต้องติดแอร์ให้เปลืองค่าไฟ อีกทั้งยังสามารถถ่ายรูปสวยๆ ได้ทุกมุมของร้านที่สำคัญเจ้าของร้านยังใส่ใจในทุกรายละเอียดได้อีกด้วย
“เอาชาเขียวปั่น คาปูชิโน่ปั่น แล้วก็ผักโขมอบชีสค่ะ วินเอาอะไรอีกมั้ย?”
ประโยคหลังฉันหันมาถามคนที่พึ่งเดินเข้าร้านลืมไปเสียสนิทว่าจะไม่คุยกับเขาหลังจากสั่งเมนูเครื่องดื่มที่ดื่มประจำให้ทั้งฉันและคาวิน เขาถอดแว่นตากันแดดสีชาออกก่อนจะเสยผมสีเทาแล้วตอบคำถาม และยังเป็นการสั่งออเดอร์เพิ่มไปในตัว
“เอาเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อนเพิ่มอีกหนึ่งที่ครับ”
พนักงานก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ก็แหม... พ่อคุณหล่อซะขนาดนั้น มีใครบ้างที่จะไม่หลงเสน่ห์ ...หมั่นไส้
ใครๆ ก็รู้ว่าเค้กใบเตยมะพร้าวอ่อนของที่นี่อร่อยแค่ไหนถึงแม้จะเป็นร้านที่อยู่ชานเมืองต้องขับรถมาไกลสักหน่อยแต่มันก็คุ้มค่าที่จะได้ลิ้มลองความนุ่มละมุน และความหอมของมัน
“รษาไปนั่งรอวินที่โต๊ะนะ เดี๋ยวจ่ายตังค์แล้วตามไป”
“โอเคค่ะ” ฉันทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย
ฉันหย่อยหุ่นนาฬิกาทรายไซส์เอสลงบนเก้าอี้ไม้โบราณบุนวมบริเวณชั้นสองติดกับระเบียงซึ่งเป็นที่ประจำ ดีที่วันนี้ไม่มีคนนั่งไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ได้ชมความงามของดอกชมพูพันธุ์ทิพย์และบรรยากาศสวยๆ แน่ๆ
“ขอโทษนะครับ ตรงนี้มีคนนั่งหรือเปล่าครับ”
ฉันเลื่อนสายตาไปตามเสียงของใครบางคนที่ดูเหมือนจะพูดกับฉัน และเป็นประโยคที่คุ้นเคยมากเสียด้วย นั่นก็เพราะได้ยินเป็นประจำ
“อ๋อ มีอะไรหรือเปล่าคะ? พอดีอีกหน่อยจะมีคนมานั่งค่ะ”
ฉันตอบไปอย่างรักษามารยาท ถึงแม้จะอยากไล่ผู้ชายหน้าหล่อนี้ไปก็ตาม
“ผมโอมนะครับ เรียนวิศวะ” เขายังหน้าด้านแนะนำตัวถึงจะไม่ได้นั่งก็ขอทำความรู้จักก็ยังดี?
“อ๋อค่ะ” ฉันยิ้มแห้งๆ ในใจภาวนาให้คาวินรีบมา
“ขอเบอร์คุณหน่อยได้ไหม...”
“คงไม่ได้หรอก”
